ศาสนาพุทธกับคนไทย

by admin

ถ้า หากกล่าวถึงสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของมนุษย์แล้ว  ก็ต้องนึกถึงเรื่องของศาสนา ทุกประเทศย่อมมีศาสนาประจำชาติเป็นของตัวเองทั้งสิ้น  แต่ละศาสนานั้นย่อมมีคำสอนและวิธีปฏิบัติตามคำสอนของแต่ละศาสนาแตกต่างกัน ออกไป   สำหรับประเทศไทยนั้น คนไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ รองลงมาก็คือ ศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลามตามลำดับ ดังนั้นศาสนาพุทธจึงมีบทบาทสำคัญในการดำรงชีวิตของคนไทยเป็นอย่างมาก เราจึงเห็นศาสนสถานทางศาสนาพุทธ  เช่น  วัด สถูป  เจดีย์  อยู่เป็นจำนวนมาก  ซึ่งสถานที่เหล่านี้เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยและใช้สำหรับประกอบ พิธีกรรมทางพุทธศาสนา  ไม่ว่าในเวลาปกติหรือในวันสำคัญทางพุทธศาสนาเราจะเห็นคนไทยเข้าวัดเพื่อ ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา  เช่น  การเวียนเทียนรอบอุโบสถ  การไหว้พระ  การสวดมนต์  การทำบุญตักบาตร  เป็นต้น  นอกจากนี้หลักธรรมคำสอนของศาสนาพุทธก็ยังมีส่วนสำคัญในการดำรงชีวิตของคน ไทยอีกด้วย  อย่างเช่น หลักธรรมคำสอน “ ให้ทำความดี  ละเว้นความชั่ว”  หรือเรื่องของกฎแห่งกรรมที่กล่าวไว้ว่า “กรรมใดใครก่อ  กรรมนั้นย่อมสนองคืนต่อผู้กระทำกรรมนั้น”

    จะเห็นได้ว่า  คนไทยนั้นมีความผูกพันกับพุทธศาสนา ซึ่งถือได้ว่ามีส่วนสำคัญในการดำเนินชีวิตและเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจให้คน ทำความดีด้วย


อาหารไทย

by admin

ถ้า กล่าวถึงประเทศไทยแล้ว  สิ่งที่มีชื่อเสียงอีกอย่างหนึ่งของประเทศไทยก็คือ  อาหารไทย  ปัจจุบันนี้อาหารไทยกำลังได้รับความนิยมในหมู่ชาวต่างชาติกันอย่างแพร่หลาย  ร้านอาหารไทยจึงไม่ใช่มีแค่เฉพาะใน
ประเทศ ไทยเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงต่างประเทศด้วย  อาหารไทยขึ้นชื่อเรื่องในด้านความเข้มข้นและจัดจ้านของรสอาหาร  ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาสำหรับชาวต่างชาติบางคนที่ไม่สามารถรับประทานอาหารรส เผ็ดได้หรือรับประทานอาหารรสเผ็ดได้นิดหน่อย  หากคุณต้องการจะบอกกับพนักงานเสิร์ฟว่าต้องการอาหารรสไม่เผ็ด  สามารถพูดเป็นภาษาไทยได้ว่า  “ขอไม่เผ็ด”  หรือ
“ไม่ใส่พริก”  หากคุณต้องการอาหารรสเผ็ดนิดหน่อย สามารถพูดได้ว่า
“ขอเผ็ดนิดหน่อย”
ตัวอย่างของอาหารไทยที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมในหมู่ชาวไทยและชาวต่าง ชาตินั้นได้แก่  ต้มยำกุ้ง  ส้มตำ  แกงเขียวหวาน  ผัดไทย  ฯลฯ
ดังนั้น  หากคุณเป็นชาวต่างชาติ  ขอให้ลองมารับประทานอาหารไทยดู


มารยาทไทย

by admin

คราว ที่แล้วได้กล่าวถึงการทักทายในภาษาไทยไปแล้ว  ครั้งนี้จะขอกล่าวถึงเรื่องมารยาทไทย  นอกจากเราจะเริ่มต้นติดต่อหรือสื่อสารกับผู้อื่นด้วยคำทักทายแล้ว  เราจะต้องเรียนรู้ถึงมารยาทในการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างถูกต้องด้วย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับชาวต่างชาติแล้ว  เป็นการดีที่ควรจะเรียนรู้ถึงขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของประเทศที่ จะไปอยู่ด้วย  แต่ละประเทศนั้นมีขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป  สำหรับประเทศไทยนั้น  การที่เราพบปะเจอหน้ากันจะเริ่มต้นทักทายด้วยคำว่า “สวัสดีค่ะ”  หรือ  “สวัสดีครับ”  พร้อมกับการไหว้   การไหว้นี้กระทำโดยยกมือสองข้างประณม  นิ้วชิดกัน  ปลายนิ้วจรดกัน  และยกมือขึ้นในระดับต่าง ๆ  นอกจากการไหว้นี้จะใช้ในการทักทายแล้ว  การไหว้นั้นยังสามารถใช้ในการขอโทษ  การขอบคุณ  และการลาได้ด้วย  ส่วนใหญ่เราจะไหว้กับผู้ที่อาวุโสกว่า  หรือรับไหว้ผู้ที่อาวุโสน้อยกว่าเรา
การไหว้นั้นบ่งบอกถึงการแสดงความเคารพต่อฝ่ายตรงข้าม  ความอ่อนน้อมถ่อมตน  หรือมิตรภาพ  อันถือว่าเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีไทยที่ดีงามซึ่งชาวต่างชาติที่จะมาอยู่ เมืองไทยและอยากเริ่มต้นทำความรู้จักกับคนไทยควรเรียนรู้วัฒนธรรมที่ดีงาม นี้